วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

การดูแลผิวแบบง่ายๆ

การดูแลผิว แบบง่ายๆ
คุณต้องรู้ก่อนว่าคุณมีสภาพผิวอย่างไร เช่น มีผิวแห้ง ผิวมัน หรือผิวผสม และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามสภาพผิว ซึ่งการดูแลผิวขั้นพื้นฐานนั้นสำคัญที่สุด มี 3 ขั้นตอนหลัก ขั้นตอนแรกคือ คลีนซิ่ง หรือการทำความสะอาด อันนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญในการดูแลผิว เลยกว่าได้ เพราะหากเราไม่ทำความสะอาดผิวให้ดีพอ จะทำให้สิ่งสกปรกตกค้างภายในรูขุมขน และเกิดการอุดตัน จนเป็นสิวได้หรืออาจเกิดริ้วรอยได้เช่นกัน
การดูแลผิว

เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอย่างไร ถึงจะดี?
      
ขั้นตอนที่ 1 การเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดง่ายมาก
      
       ถ้าคุณแต่งหน้าเยอะควรใช้คลีนซิ่ง ครีม, คลีนซิ่ง โลชั่น หรือคลีนซิ่ง เจล เพราะจะช่วยขจัดเมกอัปได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณผิวมัน แต่งหน้าเยอะเลือกใช้คลีนซิ่งชนิดโลชั่น หรือเจล หากผิวแห้งแต่งหน้าเยอะก็เลือกใช้ชนิดครีมค่ะ อย่าลืมใช้คลีนซิ่ง โฟม ด้วย เพราะโฟมจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่ติดค้างภายในรูขุมขนอีกครั้งหนึ่ง
       
ขั้นตอนที่ 2 โลชั่นปรับสมดุลผิว       
       ขั้นตอนนี้คนส่วนใหญ่มองข้ามไปเลย เพราะนึกว่าไม่สำคัญ ล้างหน้าเสร็จปุ๊บ ตามด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์เลย ซึ่งถือว่าเป็นเข้าใจผิดอย่างมหันฑ์ เพราะขั้นตอนการใช้โลชั่นปรับสมดุลผิวนี้จะช่วยให้ผิวอ่อนนุ่ม ไม่แห้งตึง หลังการล้างหน้า ช่วยกระตุ้นการซึมซาบของ มอยส์เจอร์ไรเซอร์ให้ลงสู่ผิวอย่างมีประสิทธิภาพ หลังการเช็ดโลชั่น ที่ผิวหน้ายังสามารถเช็ดบริเวณลำคอ หลังมือ ข้อศอกเพื่อให้ผิวอ่อนนุ่มขึ้นได้อีกด้วยค่ะ เรียกว่าใช้ได้หลากหลายวัตถุประสงค์
      
       มอยส์เจอร์ไรเซอร์ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการดูแลผิว และเปรียบเสมือนเสื้อคลุมปกป้องผิวจากสิ่งแวดล้อมภายนอก คงความชุ่มชื่นให้ผิวอ่อนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น
      

เลือกผลิตภัณฑ์กันแดดอย่างไรให้เหมาะกับผิวคุณ?

      
       ก่อนอื่นต้องเลือกผลิตภัณฑ์กันแดด ที่สามารถป้องกันรังสี UVA และ UVB ได้ทั้งสองแบบ เหตุผลก็คือจะสามารถป้องกันทั้งการเกิด ฝ้า กระ จุดด่างดำ และความหมองคล้ำ ที่เกิดจากรังสี UVB และป้องกันการเกิดริ้วรอย ที่เกิดจากรังสี UVA และแนะนำให้ดูว่า หน้ากล่องจะระบุคำว่า SPF นั่นคือ ค่าป้องกันรังสี UVB หากปกป้องระหว่างวัน เลือก SPF 15 ขึ้นไป และคำว่า PA ค่าในการป้องกันรังสี UVA ที่ระบุด้วยเครื่องหมาย + ถ้าเห็นว่า มี +++ แสดงว่าให้การป้องรังสี UVA อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ขอแนะนำว่า (สำหรับอากาศในเมืองไทย ที่มีแต่ร้อน และร้อนที่สุด ควรเลือก SPF 30 และ PA ++)
      
       สำหรับการปกป้องระหว่างวัน และหากออกแดดจัด ก็เลือกประมาณ SPF 50 PA+++ ก็ดีเลยค่ะ แต่อย่าไปเลือกที่มีค่า SPF สูงมากเกินไป เพราะค่าในการป้องกันแดดแทบจะไม่แตกต่างกันเลย แถมอาจจะทำให้เรารู้สึกไม่สบายผิวด้วยค่ะ
      
       สาวผิวมัน เลือกใช้กันแดดชนิดโลชั่นนะคะ แต่สาวผิวแห้ง เลือกใช้แบบครีมจะดีกว่า ค่ะ เพราะจะให้ความชุ่มชื้นสูง ซึ่งในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์กันแดด ที่ให้การปกป้องและฟื้นฟูผิวไปพร้อมๆ กัน ทำอย่างไรไม่ให้ฝ้ามาเยือนใบหน้า


การดูแลสุขภาพฟัน

ฟันสะอาดสวย ด้วยการดูแลรักษา



ฟันสะอาดสวย ด้วยการดูแลรักษา (ไทยรัฐ)

          ฟันผุและโรคเหงือกดูจะเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นกับคนที่รักษาฟันไม่ดี สาเหตุโดยมากก็มาจากคราบแบคทีเรียที่เกาะผิวหน้าฟัน คราบแบคทีเรียพวกนี้เริ่มสะสมตามฟันได้ภายใน 20 นาที หลังจากกินอาหาร ถ้าไม่ขจัดคราบเหล่านี้ออกไปในแต่ละวัน มันก็จะเป็นตัวเร่งให้ฟันผุเร็วขึ้น ทีนี้ยิ่งถ้าปล่อยทิ้งไว้นานเข้าก็จะยิ่งแข็งมากขึ้นและกลายเป็นคราบหินปูน

          ทั้งคราบแบคทีเรียและคราบหินปูนนั้น นำไปสู่ปัญหานานาประการ ได้แก่ ฟันผุเป็นรู บวมเป็นหนอง เหงือกอักเสบ เยื่อหุ้มฟันอักเสบ ลมหายใจเหม็นมีกลิ่นปาก และอาจนำไปสู่ปัญหาอื่นนอกช่องปาก อย่างโรคหัวใจ เป็นต้น

          ถ้าไม่อยากให้ฟันมีปัญหาก็จะต้องรักษาความสะอาดสุขภาพช่องปากกันเสียแต่เนิ่นๆ เพื่อให้ฟันและเหงือกแข็งแรง โดยปฏิบัติตามขั้นตอนรักษาความสะอาดของเหงือกและฟันให้สะอาดใสปิ๊ง ดังต่อไปนี้

          ควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรือถ้าจะเพิ่มหลังอาหารด้วยก็ได้

          ใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละครั้ง

          ไปพบทันตแพทย์ เพื่อตรวจฟันตามกำหนดนัดทุก 6 เดือน

          สำหรับคนที่ใส่ฟันปลอม หรือมีการใช้อุปกรณ์ดัดฟันควรจะต้องมีการตรวจสอบและทำความสะอาดเป็นประจำ ตรงนี้หมายรวมถึงการแปรงฟันเป็นประจำ และอาจจะต้องแช่อุปกรณ์ดังกล่าวเพื่อทำความสะอาดเป็นพิเศษด้วย

          ถ้าคุณมีปัญหาเกี่ยวกับฟันเฉพาะที่ ลองถามทันตแพทย์ดูว่าจะแนะนำแปรงสีฟันแบบใดเป็นพิเศษหรือไม่

          หรือแม้แต่การใช้ไหมขัดฟันนั้น ก็ควรจะถามทันตแพทย์ว่าต้องใช้มันอย่างไรจึงจะถูกวิธี เพราะหากใช้ไม่ถูกวิธี ออกแรงมากไปก็จะทำให้เจ็บเหงือกได้

          พึงระลึกไว้เสมอว่านอกจากการดูแลความสะอาดฟันด้วยตัวเองแล้ว ก็ควรจะต้องไปพบทันตแพทย์ให้ตรวจและขัดคราบหินปูนออกเป็นประจำ โดยเฉพาะในบริเวณที่เราอาจทำความสะอาดเองได้ลำบากก็จำเป็นต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญ  เพราะเขามีเครื่องไม้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่พร้อมสรรพกว่าเรา สรุปว่านอกจากรักษาความสะอาดฟันเองแล้ว ถ้าอยากฟันสวยก็ต้องไม่กลัวหมอฟันด้วย